ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : อยากทราบความหมายของคำ ไขมัน คลอเรสเตอรอล ไตรกีเซอรไรส์ และ ไขมัน HDL , LDL
ผู้ตั้งคำถาม : คุณจินตนา โพสต์เมื่อ 6/24/2008 : 10:15:19 AM
ขอเรียนถามคุณณัฐวัฒน์ เกี่ยวกับความหมายของ ไขมัน คลอเรสเตอรอล ไตรกีเซอรไรส์ และ ไขมัน HDL , LDL ขอบคุณคะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐวัฒน์ โพสต์เมื่อ 6/26/2008 : 9:11:19 PM
คำว่าไขมันทุกชนิดถ้าพูดกันให้เต็มคำก็ต้องบอกว่า "กรดไขมัน" เพราะทุกตัวที่เป็นไขมันนั้นมีภาวะความเป็นกรดทั้งนั้น เหตุที่บอกว่ามีภาวะเป็นกรดเพราะว่ามีธาตุ H (ไฮโดรเจน) เป็นองค์ประกอบสำคัญ หมายถึงสามารถทำปฏิกริยาได้ง่ายกับสารต่างๆนั่นเอง ดังนั้นกรดไขมันจึงเป็นสารที่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับสารอื่นๆได้มากมาย มันจะมีบทบาทเข้าไปแทรกอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกายและพร้อมที่จะทำให้เกิดปฏิกริยาได้ทั้งในแง่ดี และแง่ที่ไม่ดีได้ถ้ามันมีปริมาณมากเกินไป ดังนั้นเรื่องของไขมันหรือกรดไขมันจึงต้องทำความเข้าใจให้ดีๆ โดยเฉพาะต้องรู้ว่าร่างกายของท่านควรจะมีไขมันชนิดไหนในร่างกายในกระแสเลือดมากน้อยเพียงใดเพราะๆไขมันคือตัวแปรสำคัญต่อสุขภาพครับ

1. ไขมันคอเลสเตอรอล เป็นกรดไขมันชนิดอิ่มตัว หมายความว่าความอิ่มตัวของมันถ้ามีมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพในแง่การอุดตันทั้งหลายโดยเฉพาะในระบบเลือด ไขมันคอเลสเตอรอลจะพบได้ในอาหารหลายประเภททั้งพืชและสัตว์ ในพืชก็เช่น น้ำกะทิ น้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันจากเมล็ดมะม่วงหิมะพาน ถ้าในสัตว์ก็จะอยู่ในไขมันสัตว์เป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งแทรกอยู่ในเนื้อสัตว์และเครื่องในสัตว์ด้วย ระดับของไขมันคอเลสเตอรอลที่ปกติควรมีปริมาณไม่เกิน 200 - 250 mg/dl เดี๋ยวนี้หมอเขามักกำหนดระดับไขมันคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับไม่เกิน 200 mg/dl ถ้าเกินจากนี้ก็มักจะสั่งให้กินยาลดไขมัน และยิ่งไปกว่านั้นหมอบางคนถ้าพบว่าคนไข้มีคอเลสเตอรอล 150 mg/dl ท่านก็สั่งให้กินยาลดไขมันแล้วซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลย
ไขมันคอเลสเตอรอลถ้าสูงกว่า 250 mg/dl จะส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดเริ่มหนืดไหลเวียนยาก จึงทำให้มีอาการเพลีย มึน ชา และจะเป็นต้นเหตุให้หลอดเลือดอุดตันได้ง่าย
อิทธิพลของการเกิดไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดในความเห็นของผมนั้นไม่ต่ำกว่า 80% เกิดจากความเครียดในรูปแบบต่างๆมากมาย อีกไม่เกิน 20% นั้นมาจากการกินอาหารชนิดอย่างที่กล่าวแล้ว ดังนั้นเราจะเห็นได้บ่อยว่าทำไมคนผอมบางเพราะกินเนื้อสัตว์ไขมันสัตว์ ของปิ้งทอดย่างน้อย แต่ทำไมคอเลสเตอรอลสูงมากอาจเกินหลัก 300 mg/dl ก็มีไม่น้อย เหตุผลนั้นผมอธิบายได้ง่ายๆครับว่าเพราะท่านมีความเครียดสะสมอยู่มากจึงเป็นตัวกระตุ้นให้ตับสร้างคอเลสเตอรลออกสู่กระแสเลือดมากผิดปกติและอาจเป็นอันตายต่อสุขภาพได้ และในทำนองเดียวกันคนอ้วนมีน้ำหนักตัว 100 กก.ผลตรวจเลือดพบคอเลสเตอรอลเพียง 150 mg/dl เป็นเรื่องที่ผมพบบ่อยมากครับ ดังนั้นจึงขอให้ท่านที่เข้ามาอ่านถาม-ตอบนี้ ขอให้ทำความเข้าใจให้ถูกต้องของต้นเหตุของการเกิดไขมันคอเลสเตอรอลให้ถูกต้องและถ่องแท้ว่ามาจากอิทธิพลของอารมณ์เครียดมากกว่าอาหารครับ นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลถึงเชียร์ให้ท่านกินไข่ต้มได้วันละ 2 ฟองไม่ว่าท่านจะป่วยเป็นโรคอะไรก็ตาม เพราะไข่เป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดของมนุษย์ และคอเลสเตอร์รอลในไข่แดงก็ไม่มีผลเสียต่อสุขภาพแต่อย่างใดตามคำประกาศขององค์การอนามัยโลก รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขในเมืองไทยด้วยครับ เพราะหลายคนโทรมาต่อว่าผมว่าทำไมส่งเสริมให้คนกินไข่ ผมก็ต้องบอกอีกเป็นครั้งที่ 100 ว่าเพราะความจริงมันเป็นอย่างนั้น หมอคนไหนงดให้คนไข้กินไข่แสดงว่าท่านมีความรู้จริงทางโภชนาการต่ำมาก และรู้ผิดๆเสียด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็คงจะต้องพูดแก้ต่างกันไปอีกนาน

2. ไขมันไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันชนิดอิ่มตัวที่เกิดจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรทมาก นั่นก็คือแป้งและน้ำตาลนั่นเอง ถ้ากินมากๆจนร่างกายใช้ไม่หมด ร่างกายก็จะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันไตรกลีเซอร์พอกพูนอยู่ตามตัวให้ดูอ้วน หรือแม้กระทั่งเกิดการสะสมไตรกลีเซอร์ไรด์อยู่ในอวัยวะภายในก็ได้ อย่างเช่นภาวะไขมันเกาะตับ เกาะไต เกาะที่หัวใจ และเกาะตามอวัยวะต่างๆ หรืออาจเกิดตุ่มปูดโปนขึ้นตามตัวเมื่อกดก็รู้สึกนิ่มๆ นั่นแหละไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ส่วนเกินที่ร่างกายจำเป็นต้องเก็บไว้ แต่ถ้าเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ที่อยู่ในกระแสเลือดการกำหนดระดับปกติก็เหมือนกับคอเลสเตอรอลทุกประการ แต่ถ้าสูงมากๆก็จะเป็นต้นเหตุให้เลือดข้นหนืดและหลอดเลือดเกิดอุดตันได้ง่าย ดังนั้นต้องระวังอย่ากินแป้งและน้ำตาลมาก ซึ่งรวมทั้งดื่มสุราด้วยนะครับ

3. ไขมัน LDL เป็นไขมันที่ทำหน้าที่ขนส่งลำเลียงสารอาหารไปส่งตามส่วนต่างในร่างกาย ถ้าเปรียบเทียบก็จะเหมือนรถบรรทุกที่ขนส่งสินค้าไปส่งปลายทางนั่นเอง ไขมันตัวนี้มีลักษณะพิเศษคือมันจะมีขนาดโมเลกุลเล็กมากแคลื่อนที่รวดเร็ว ดังนั้นถ้ามันมีปริมาณในเลือดสูงเกินปกติ ตัวมันเองจะทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหายจากการถูกเฉี่ยวชนและฝังตัวได้ง่าย และนั่นคือต้นเหตุที่จะนำเอา คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอร์ไรด์ แคลเซี่ยมในเลือด เกร็ดเลือดทั้งหลายเหล่านี้มาเกาะติดส่วนที่เป็นแผลตามผนังหลอดเลือดได้ง่ายๆ หลอดเลือดก็จะแข็งตัวและอุดตันเป็นโรคหัวใจในที่สุด
ปริมาณที่ปกติของระดับ LDL ในเลือดไม่ควรเกิน 130 mg/dl และโดยปกติไขมันตัวนี้จะขึ้นลงตามระดับของไขมันคอเลสเตอรอล ดังนั้นการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลก็คือการควบคุมระดับของ LDL นั่นเอง

4. ไขมัน HDL จัดว่าเป็นพระเอกชนิดอัศวินม้าขาวมาช่วยให้ระบบเลือดดูดี เพราะมันเป็นไขมันชนิดที่คอยดูแลไขมันทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวแล้วให้อยู่ในระดับปกติ หรือถ้าไม่ปกติ HDL ก็จะช่วยไม่ให้เกิดผลร้ายข้างเคียงต่อสุขภาพจากระดับไขมันทั้ง 3 ตัวนั้นสูง HDL เกิดจากการมีโภชนาการสมดุล การออกกำลังกาย การพักผ่อนเพียงพอ การมีอารมณ์แจ่มใสไม่เครียด และสุดท้ายก็มาจากบุญเก่าด้วยส่วนหนึ่ง เพราะผมพบเสมอๆว่าบางคนกินอาหารขยะป็นส่วนใหญ่ ทั้งไม่ออกกำลังกาย ชีวิตขาดวินัยของการมีสุขภาพดีอย่างสิ้นเชิง แถมเครียดไปกับทุกเรื่อง แต่ปรากฎว่าระดับ HDL ในเลือดสูงถึง 102 mg/dl ซึ่งโดยปกติระดับ HDL ไม่ควรต่ำกว่า 45 mg/dl และยิ่งมีค่ายิ่งสูงก็จะยิ่งดี ซึ่งส่วนมากที่ผมพบนั้นต่อให้ออกกำลังกายอย่างไรค่า HDL ก็จะประมาณ 75 mg/dl ก็นับว่าหรูแล้ว แต่นี่ปาเข้าไป 102 ถ้าไม่ใช่มาจากบุญเก่าก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรเหมือนกัน

ดังนั้นหน้าที่ของท่านทุกคนควรจะต้องทำให้ค่า HDL มีค่าสูงที่สุดด้วยการปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ถ้าไม่ทราบว่าจะปฏิบัติอย่างไรก็ไปอ่านข้อแนะนำการปฏิบัติตัว 8 ประการในคู่มือผลิตภัณฑ์ ซีเกรนโปรนะครับ และก็ควรกินแทนอาหารวันละ 2 มื้ออย่างสม่ำเสมอแล้วท่านจะรู้เองว่าที่ผมพูดนั้นถูกต้องทุกประการ...ขอขอบคุณ