ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : แคลเซียมมีประโยชน์และควรทานหรือไม่
ผู้ตั้งคำถาม : หมวย โพสต์เมื่อ 5/13/2008 : 6:00:05 PM
ขอเรียนถามอาจารย์ดังนี้คะ ดิฉันวัดมวลกระดูกด้วยเครืองที่ข้อเท้าผลออกมาได้ค่า 93 พนักงานบอกว่าอายุ 45 ต้องมีค่า 101 แนะนำให้ทานแคลเทรต พลัสผลิตภัณฑ์แคลเซียม เพิ่มวิตามินดี และแร่ธาตุต่างๆ ส่วนประกอบ ใน 1 เม็ดประกอบด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต 1500 มก.เท่ากับปริมาณแคลเซียม 600 มก./วิตามินดี 200 ยูนิตสากล/แมกนีเซียม 50 มก./สังกะสี 7.5 มก./ทองแดง 1 มก./มังกานีส 1.8 มก.ทานวันละ 1-2 เม็ด เช้า 1 เม็ด ก่อนนอน 1 เม็ด ปัจจุบัน ทานซีเกรน,วิตามิน C,วิตามิน B รวม ของBackmoresและ Life Pak ตามที่อ.จ.แนะนำ
ถามว่าจะทานแคลเซียมอีกได้หรือไม่และสะสมในร่ายกายหรือเปล่า ทานนานแค่ไหนถึงจะหยุด ขอบคุณมากคะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐวัฒน์ โพสต์เมื่อ 5/13/2008 : 9:14:39 PM
อันที่จริงการวัดมวลกระดูกที่ส้นเท้าหรือข้อเท้านั้นไม่ค่อยได้ค่าที่แน่นอน อย่างเช่นคุณหมวยวัดได้ 93 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ไปประมาณ 8 หน่วยก็ใช่ว่าจะต่ำกว่าเกณฑ์อย่างน่าวิตกแต่อย่างใด ถ้าจะให้แน่ก็ควรตรวจจากเลือดเพื่อวัดค่า 2 อย่างคือ
1. วัดอัตราการสร้างเซลล์กระดูกว่าขณะนี้ร่างกายคุณหมวยมีการสร้างกระดูกดีอยู่หรือไม่
2. วัดอัตราการสูญเสียหรือการสลายตัวของเซลล์กระดูกว่าสูงมากน้อยเพียงใด
แล้วเอาค่า 2 ตัวนี้มาอ่านวิเคราะห์ก็จะได้สถานะการณ์ของกระดูกคุณหมวยทั้งตัวเลยว่าร่างกายยอมให้สลายมากกว่าปกติหรือไม่และร่างกายมีการสร้างเซลล์กระดูกเพียงพอสมวัยหรือไม่ ถ้าอย่างนี้รับรองแม่นยำที่สุดครับ ทราบว่าในเมืองไทยมีการตรวจ Osteopolosis หรือกระดูกพรุนจากเลือดนี้เพียงไม่กี่แห่ง ที่แน่ๆก็ที่ รพ.รามา และที่ศูนย์ซีเกรนก็ตรวจได้ครับโดยเราทำงานด้านห้องแลปตรวจสุขภาพร่วมกับแลปเอกชนมานานกว่า 10 ปีแล้ว ผมทำงานด้านตรวจสุขภาพมาก่อนผลิตซีเกรนเสียอีก ถ้าว่างก็เชิญมาตรวจที่ผมได้เลย และยังมีชุดตวจสุขภาพที่น่าสนใจให้เลือกตรวจอีกหลายชุด ตรวจเพื่อหาข้อมูลปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคครับ

ทีนี้มาดูการทานแคลเซี่ยม วิตามินดีหรือแร่ธาตุอื่นก็ตาม สิ่งสำคัญต้องดูว่าการกินอาหารเสริมเหล่านี้มันไปสร้างสมดุลของแร่ธาตุต่างๆได้ดีหรือไม่ เพราะการกินสิ่งเหล่านี้นั้นมีประโยชน์มากครับแต่มันมีเงื่อนไขว่าต้องกินให้สมดุลเพราะร่างกายจะปรับสมดุลระหว่างแร่ธาตุต่างๆกันเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ระบบชีวิตสมดุลดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเรากินอะไรบางตัวมากเกินไปเพราะเข้าใจว่าถ้ากระดูกบางต้องกินแคลเซี่ยมซึ่งเป็นการเข้าใจผิด เพราะกินแต่แคลเซี่ยมอย่างเดียวไม่ทำให้กระดูกหนาขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่อาจกลับทำให้กระดูกยิ่งบางมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะถ้ากินแคลเซี่ยมากเกินไปร่างกายต้องปรับสมดุลโดยดึงเอาแคลเซี่ยมที่มากนั้นออกมาทิ้งพร้อมกับแร่ธาตุอื่นที่บางทีร่างกายต้องใช้แต่กลับถูกขับทิ้งเพราะการปรับสมดุลของร่างกายเนื่องจากกินแคลเซี่ยมากเกินไปนั่นเอง

การกินอาหารเสริมเพื่อต้องการให้กระดูกมีมวลเพิ่มขึ้นนั้นต้องกินแร่ธาตุให้ครบทุกตัวครับจึงจะได้ผลโดยต้องมีข้อแม้ว่าโภชนาการพื้นฐานต้องดีไม่มีสารอาหารส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการเข้าสู่ระบบย่อยมากเกินไป และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องออกกำลังกายให้เพียงพอเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายได้ใช้แร่ธาตุต่างๆไปในทิศทางที่เหมาะสมรวมทั้งการสร้างมวลกระดูกด้วย โดยปกติร่างกายไม่ได้สร้างอะไรบางอย่างในร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว ที่ถูกนั้นร่างกายสร้างทุกอย่างที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้พร้อมๆกันเสมอ ทั้งกระดูก เม็ดเลือด กระดูกอ่อน น้ำไขข้อ เล็บ เส้นผม กรดไขมัน ฮอร์โมน โปรตีน กล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกัน ฯลฯ อีกมากมายไปพร้อมกันเสมอ ดังนั้นสูตรสำเร็จเพื่อการมีสุขภาพดีของผมก็จึงเป็นดังนี้
1. กินอาหารครบหมู่ที่เป็นธรมชาติและสารอาหารต้องสมดุล มีพลังงานไม่มากและมีสารโปรตีนเพิ่มเล็กน้อย
2. กินวิตามินที่จำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้คือ วิตามินซี และวิตามินบีรวม
3. กินแร่ธาต่ทุกตัวให้ครบ ทั้งแคลเซี่ยม แมกเนเซี่ยม ฟอสฟอรัส ฯลฯ อีกเป็น 10 ชนิดในสัดส่วนที่จัดมาเป็นอย่างดี อย่าง Life Pack ก็จัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นยอดที่น่าสนใจมากในเรื่องนี้
4. กินสารต้านอนุมูลอิสระให้เพียงพอให้ร่างกายสามารถขับสาร Toxin ออกจากร่างกายให้มากที่สุด
5. กินน้ำมันปลาเพื่อการไหลเวียนของเลือดที่ดี ควบคุมการสังเคราะห์ไขมันไม่ให้เกิดการสะสมไขมันขยะขึ้นในร่างกาย และอื่นๆอีกหลายประการที่เป็นข้อดีของน้ำมันปลา
6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์กระดูก กล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทั้งร่างกายไปพร้อมๆกัน
7. พักผ่อนเพียงพอและรักษาอารมณ์ให้สดชื่นเบิกบานให้มากที่สุด

ดังนั้นผมจึงไม่มีคำตอบว่าควรทานแคลเซี่ยมแค่ไหนจึงจะหยุดและควรทานมากเท่าใดจึงจะทำให้กระดูกดี เพราะถ้าใครสามารถตอบคำถามนี้ได้แสดงว่าคุณหมวยถูกหลอก
ขอตอบว่าคุณหมวยต้องทานทุกอย่างให้ครบและสมดุลและปฏิบัติให้ครบทั้ง 7 ข้อแล้วร่างกายจะสร้างทุกอย่างขึ้นมาชดเชยส่วนที่ขาดเพื่อให้มีสุขภาพดี ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ร่างกายสร้างนั้นก็รวมกระดูกอยู่ด้วยครับ....ขอขอบคุณ