ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : น้ำมันปลาช่วยโรคไมเกรนอย่างไร
ผู้ตั้งคำถาม : ดวงเด่น โพสต์เมื่อ 5/11/2008 : 8:48:29 PM
ดิฉันอายุ43ปีเป็นไมเกรนมาแล้ว20ปีสาเหตุเนื่องจากพักผ่อนไม่พอหรือนอนไม่หลับและจะเป็นก่อนเป็นประจำเดือน3วันบางครั้งปวดติดต่อกัน2วันก่อนเป็นประจำเดือนไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรถ้าทานน้ำปลาจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนคะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐวัฒน์ โพสต์เมื่อ 5/12/2008 : 8:27:33 PM
ไมเกรนเป็นโรคแห่งความเสื่อมชนิดหนึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร คาดเดากันว่าคงมาจากหลายสาเหตุ อาทิ มองแสงสว่างนานๆ เช่นทำงานกลางแดดนานๆก็เป็นได้ หรือขับรถระยะทางไกลๆเป็นประจำเกิดความเครียดใช้สายตามากก็เป็นได้ หรืออาจเกิดจากอารมณ์เครียดวิตกกังวลก็เป็นได้ หรืออาจจะเกิดจากสารเคมีบางชนิดในงานบางประเภทที่จำเป็นต้องไกลชิดกับสานนั้นก็เป็นได้ หรืออาจเกิดจากฮอร์โมนไม่สมดุลก็เป็นได้ครับ

การที่คุณดวงเด่นเป็นไมเกรนคงมาจากหลายสาเหตุผสมผสานกัน ทั้งพักผ่อนน้อย เครียด และจากฮอร์โมนผันแปรตอนมีประจำเดือน จึงทำให้เส้นเลือดในสมองมันบวมไปกดเนื้อสมองจึงทำให้ปวดไมเกรน บางครั้งตำแหน่งของเส้นเลือดในสมองบวมอาจเกิดไม่ใช่ตำแหน่งเดิมก็ได้ ดังนั้นปวดไมเกรนแต่ละครั้งอาจปวดคนละจุดก็ได้

วิธีการรักษาคงต้องกินยาลดปวดไมเกรนโดยเฉพาะกินพาราอย่างเดียวเอาไม่อยู่ครับ แนะนำว่าให้ใช้วิธีการป้องกันจะดีกว่า หมายความว่าคุณต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะเหตุการณ์อะไรที่จะทำให้คุณปวดหัวไมเกรนแล้วคุณก็ต้องพยายามป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นไมเกรนก็จะเกิดไม่ได้

น้ำมันปลาในที่นี้สามารถช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ช่วยควบคุมไขมันอิ่มตัวไม่ให้มีปริมาณสูงเกินไป รวมทั้งช่วยให้การสร้างฮอร์โมนในร่างกายซึ่งมีหลายชนิดสมารถสร้างได้อย่างเหมาะสมคุณจึงรู้สึกสบายตัวกินอิ่มนอนหลับจิตใจผ่อนคลายได้ง่าย แต่จะมีส่วนช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้หรือไม่ผมไม่แน่ใจ คงต้องทดลองกันอย่างจริงจังว่าผลเป็นอย่างไรครับ...ขอขอบคุณ