ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : ขอคำแนะนำค่ะ
ผู้ตั้งคำถาม : ใหม่ โพสต์เมื่อ 3/27/2008 : 11:27:26 AM
1.ดิฉันเป็นความดันสูงคุณหมอให้ทานยา Adalat CR 30mg.,Prenolol 50,Anapril 20 อย่างละ 1 เม็ดหลังอาหารเช้า จะมีผลต่อไตหรือตับหรือไม่คะตรวจสุขภาพล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม2550 ค่าของตับและไตยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ดิฉันมีไขมันสูงทานยา Lipitor วันละ ครึ่งเม็ด โคเรสเตอรอล 220 ไตรกลีเซอไรน์ 160 ค่ะ ดิฉันทานซีเกรนโปรเป็นประจำตั้งแต่เริ่มออกมาใหม่ๆอย่างน้อยวันละ 1 มื้อบางครั้งก็ 2 มื้อ ดิฉันทานยาความดันมา 7 ปีแล้วค่ะ อายุ 53 ค่ะ
2.ซีเกรนจะช่วยลดกรดยูริกในเลือดได้หรือไม่คะ เพื่อนเป็นผู้หญิงอายุเท่ากันมียูริก 8 ค่ะ
3.คนเป็นมะเร็งจะทานซีเกรนโปรได้ไหมคะ อ่านหนังสือบางเล่มให้งดเต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
หวังว่าคงได้คำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อคนไข้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐวัฒน์ โพสต์เมื่อ 3/27/2008 : 9:40:04 PM
1. ถ้าคุณใหม่ทานซีเกรนโปรมาตั้งแต่เริ่มจำหน่าย แสดงว่าทานมา 1 ปี 4 เดือนแล้ว ผมอยากให้สังเกตุว่าเดี๋ยวนี้มีความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นบ้างหรือไม่ หลับสบายขึ้นบ้างหรือไม่ เบาเนื้อเบาตัวขึ้นบ้างหรือไม่ ถ้ามีสุขภาพดีขึ้นในทางบวกอย่างที่ผมว่ามานี้ก็ขอแนะนำว่าลองเว้นการกินยาลดความดันดูบ้าง แล้วคอยวัดความดันตัวเองเรื่อยๆ ถ้าความดันยังคงปกติดีก็ลองค่อยๆลดยาลง ถ้าลดยาจนเหลือน้อยแล้วความดันก็ยังไม่ขึ้นก็น่าจะลองหยุดยาความดัน เพราะยาเหล่านี้มีผลเสียต่อทั้งตับและไตโดยตรงถ้ากินต่อเนื่องเป็นเวลานาน ความดันสูงเกิดจากคุณภาพหลอดเลือดเสื่อมและแข็งตัวทำให้หัวใจเต้นแรงจึงทำให้ความดันขึ้น ถ้าจะแก้ต้นเหตุก็คือทำอย่างไรให้หลอดเลือดที่เสื่อมกลับมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพียงเท่านี้การไหลเวียนของเลือดก็จะคล่องขึ้นทำให้หัวใจทำงานน้อยลงความดันก็จะลดลง วิธีแก้ปัญหานี้ก็เห็นจะมีอยู่ 2 กรณีคือ ปรับโภชนาการให้คุณใหม่กินอาหาร วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระอย่างที่ผมตอบปัญหาของคุณดาวในคำถามก่อนหน้าคุณใหม่ (ลองกลับไปเปิดอ่านดู) แล้วออกกำลังกายเบาๆวันละ 30 นาทีทุกวัน ผมมั่นใจว่าขบวนการเยียวยาหลอดเลือดที่เสื่อมให้กลับมาแข็งแรงขึ้นจะเริ่มส่งผลชัดเจน ทำให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันก็จะลดโดยไม่ต้องอาศัยยาให้สูญเสียความคงทนของอวัยวะทั้งตับ ไต โดยไม่จำเป็น ซึ่งวิธีนี้ถ้าคุณใหม่ไปถามหมอที่รักษาท่านคงไม่เห็นด้วย ก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณใหม่พิจารณาเอาเองครับ
อีกประการหนึ่งที่จะช่วยลดความดันได้คือลดการกินอาหารรสจัดทุกชนิดแล้วดื่มน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะส้มตำ ลาบ น้ำตก ซุบหน่อไม้ และอาหารรสัดทั้งหลายให้งดเสียแล้วหันมากินอาหารรสอ่อน ถ้าคุณใหม่เป็นคนกินอาหารรสจัดเพียงแก้อย่างที่ผมว่าความดันก็จะลดลงได้เองโดยไม่ต้องพึ่งยาแน่นอนครับ
ส่วนยาลดไขมันที่คุณใหม่บอกมา ถ้าเป็นตัวผมเองมีอาการอย่างคุณใหม่ผมจะหยุดกินยาลดไขมันทันที เพราะถ้ายิ่งกินยาตับก็จะยิ่งถูกยาทำลายลงไปเรื่อยๆก็จะยิ่งทำให้ควบคุมไขมันยากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นปัญหาที่เรียกว่างูกินหาง ยิ่งกินยาตับ ไตยิ่งเสื่อม เพราะหน้าที่หนึ่งของตับก็คือควบคุมการสร้างไขมัน สู้ควบคุมไขมันด้วยอาหารและออกกำลังกายเป็นการดีที่สุดครับเพราะตับ ไตจะยิ่งแข็งแรงขึ้นด้วยซ้ำ เรื่องนี้พูดยากครับเพราะคนส่วนใหญ่ที่กินยามานานมักติดยา กลัวว่าเลิกยาแล้วจะแย่เพราะมีความเชื่อมั่นในตัวคุณหมอเป็นสำคัญ
สำหรับค่าตับ และไต ที่เป็นปกติก็ถือว่ายังสามารถฟื้นฟูสุขภาพด้วยหลักโภชนาการเพื่อช่วยให้ความดันและไขมันลดลงได้ ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนะครับ ส่วนยานั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คุณใหม่ชอบแก้ไขแบบไหนก็พิจารณาดูครับ

2. การลดยูริคต้องควบคุมอาหารให้ถูกต้องและจำเป็นต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ และที่สำคัญอย่ากินอาหารที่ทำให้กรดยูริคเพิ่มขึ้นได้ง่าย เช่น เครื่องในสัตว์ทุกชนิด สัตว์ปีกบริเวณหนัง คอ ตีน ปีก เครื่องใน เป็นต้น ส่วนพืชก็ให้งดหน่อไม้ทุกชนิด รวมทั้งยอดอ่อนของมะพร้าวครับ พืชนอกนั้นทานได้ ส่วนซีเกรนเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยปรับสมดุลทางโภชนาการเพื่อช่วยยับยั้งไม่ให้กรดยูริคเพิ่มขึ้นได้ง่าย แต่ลำพังจะให้ซีเกรนเพียงตัวเดียวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยให้กรดยูริคลดลงเกรงว่าชาวบ้านจะหาว่าเป็นอาหารเทวดาดูออกจะเวอร์ไปหน่อยคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ควรทานซีเกรนไว้เป็นประจำรับรองว่าสุขภาพโดยรวมต้องดีแน่ครับ

เรื่องลดกรดยูริคต้องเข้าใจว่าต้องใช้เวลานานจึงจะค่อยๆลด และค่ากรดยูริคเท่ากับ 8 ก็ไม่ค่อยน่าห่วงนัก เพียงแต่อย่าให้สูงกว่านี้ก็แล้วกันโดยขอให้ปฏิบัติอย่างที่แนะนำรับรองปลอดภัยแน่นอนครับ

3. คนเป็นมะเร็งทานซีเกรนได้ครับ โดยเฉพาะซีเกรนโปรกับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องรับยาเคมีบำบัด (Chemo) ถูกกันมากในแง่ที่ทำให้ลดผลค้างเคียงที่เกิดจากฤทธิ์ของ Chemo ทำให้ไม่แพ้ยาเหมือนคนไข้อื่นเขา รับยาเคมีบำบัดได้ดีทำให้การทำลายเซลล์มะเร็งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรื่องเต้าหู้ หรือถั่วเหลืองว่ากินแล้วเป็นมะเร็งบ้าง ไม่ดีด้วยเหตุผลต่างๆนานาบ้าง ผมตอบคำถามเหล่านี้ไปมากแล้วในโอกาสต่างๆที่ผ่านมาว่าไม่เป็นความจริง เอาง่ายๆก็แล้วกันนะครับคุณใหม่ ลองศึกษาชนชาติญี่ปุ่นดูก็ได้ว่าเขากินเต้าหู้และถั่วเหลืองรวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆจากถั่วเหลืองเป็นอาหารประจำชาติมานับพันๆปีแล้ว และปัจจุบันองค์การอนามัยโลกก็ยกย่องว่าคนญี่ปุ่นมีอายุเฉลี่ยสูงที่สุดเกือบอันดับหนึ่งของโลก เช่นเดียวกับคนเกาหลี ไต้หวัน อินเดีย ต่างอายุยืนทั้งนั้น
ผมขอฝากคำถามให้คุณใหม่กรุณากลับไปถามผู้ที่ต่อต้านและให้ร้ายเต้าหู้และถั่วเหลืองว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงอายุยืนและมีอัตราการเป็นโรคมะเร็งน้อยที่สุดในโลก?
เรื่องเต้าหู้และถั่วเหลือง ผมในฐานะโภชนากรของเรียนว่า ถั่วเหลืองเป็นธัญพืชที่ประกอบด้วยสารอาหารที่ค่อยข้างครบหมู่ที่สุดชนิดหนึ่ง จะเป็นรองก็แต่ไข่ไก่เท่านั้น ถั่วเหลืองจัดเป็นอาหารครบหมู่ที่ดีที่สุดและราคาถูกที่สุดสามารถนำไปแปรรูปทำเป็นอาหารสุขภาพได้มากมายมีความปลอดภัยที่สุดและไม่เคยทำให้ใครต้องเป็นอันตราย อย่างที่ผมบอกตอนต้นว่าคนเป็นมะเร็งถ้ากินอาหารที่มีส่วนผสมของถั่วเหลือง เช่น ซีเกรนโปรจะทำให้มีอาการแพ้ Chemo น้อยมากและทำให้คนเป็นมะเร็งสดชื่นแข็งแรงอย่างชัดเจน ผมมีประสบการณ์เรื่องนี้มา 10 ปีแล้ว มีญาติผู้ป่วยมะเร็งมาขอบคุณศูนย์ซีเกรนมากมายตลอดเวลา นอกจากนั้นสารสกัดจากถั่วเหลืองต่างประเทศเขาก็เอาไปผลิตเป็นยารักษาโรค เป็นสารใช้ทดแทนฮอร์โมนเพศได้อย่างปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมดลูกมาตั้งนานนับ 10 ปีแล้ว จึงไม่ทราบว่าคนเขียนหนังสือต่อต้านถั่วเหลืองเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า

คำตอบอาจจะยาวไปหน่อย แต่ก็น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อื่นที่เข้ามาเปิดอ่านนะครับ....ขอขอบคุณ