ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : การผลิตZegrain (สืบเนื่องจากคำถามคุณณีย์)
ผู้ตั้งคำถาม : เดช โพสต์เมื่อ 3/13/2008 : 9:33:46 AM
ผมอ่านคำถามคุณณีย์แล้ว เข้าใจว่าคุณณีย์คงอยากจะรู้ว่า การอบธัญญพืช Zegrain ใช้อุณหภูมิเท่าไร เพราะผลวิจัยของสหภาพยุโรประบุว่า อาหารเช้าจากธัญญพืชที่ผลิตโดยผ่านความร้อนสูงกว่า 120 องศาเซลเซียส หรือใช้เวลาในการอบนานๆ จะเกิดการก่อตัวของสารอะคริลาไมด์ ซึ่งสารตัวนี้มีความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดมะเร็งในคนได้ คุณณีย์จึงคงอยากทราบว่า Zegrain ชนิดต่างๆ ใช้ความร้อนในการอบเท่าไร และใช้เวลาในการอบนานเท่าไร ซึ่งผมเองก็อยากทราบเหมือนกันครับ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐวัฒน์ โพสต์เมื่อ 3/13/2008 : 10:04:06 PM
ความร้อนที่เราใช้อบให้ธัญพืชแต่ละชนิดสุกนั้นต่างกันอย่างที่ตอบไปแล้วซึ่งผมไม่สามารถบอกได้เพราะมันเป็นด้านเทคนิคการผลิตหรือ know how ของเรา แต่ตอบได้อย่างหนึ่งว่าเราใช้ความร้อนไม่ถึง 100 องศาในทุกชนิดของธัญพืช และใช้เวลาในการอบไม่เท่ากันเพื่อให้สุกถึงเนื้อในของธัญพืชแต่ละชนิดซึ่งจะทำให้ธัญพืชซีเกรนมีกลิ่นหอมน่ากินและนี่คือเทคนิคที่ขออนุญาตไม่บอกครับ โดยความเป็นจริงแล้วผู้ที่ผลิตธัญพืชอบสุกถ้ามีความรู้จริงก็จะไม่มีใครใช้ความร้อนสูงถึง 120 องศาหรอกครับเพราะว่าน้ำมันในเมล็ดจะเริ่มแตกตัวและชั้นของคาร์โบไฮเดรทจะเริ่มไหม้ถ้าอบนานเกินไป ทำให้กินไม่ได้เพราะสีและกลิ่นจะเปลี่ยนไปเนื่องจากเกิดสารอะคริลาไมด์อย่างที่คุณเดชว่า และยังเกิดสารไนโตรซามีนอีกด้วย (ซึ่งเกิดจากการอบที่ร้อนและนานเกินไป) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตัวฉกาจ เวลาคุณไปซื้อถั่วเหลืองผงตามร้านขายอาหารสุขภาพบางย่านในกทม. ให้สังเกตุสีของถั่วเหลืองผงถ้ามีสีขาวนวลและมีกลิ่นไม่ฉุนก็ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าเจอสีเหลืองออกน้ำตาลและกลิ่นฉุนนั่นแสดงว่าเขาอบในอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปโดยใช้เวลาสั้นๆ (เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการ) งาดำคั่วป่นก็เช่นกันลองหยิบใส่ปากเคี้ยวถ้ามีรสออกขมๆแสดงว่าใช้ไม่ได้เพราะอบร้อนเกินไปจนน้ำมันงาเปลี่ยนสภาพของโมเลกุลและเกิดสารพิษขึ้นแล้ว ดังนั้นเทดนิคการผลิดอาหารธัญพืชจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากครับ แล้วแต่ความชำนาญและความรู้เรื่อง Food Science ว่ามีความรู้ลึกซึ้งกันขนาดไหน

ผมจึงบอกเสมอว่าการซื้อธัญพืชที่แยกชนิดใส่ถุงพลาสติกใสๆขายอยู่ตามห้างฯควรต้องระวังเพราะ
1. อากาศเข้าได้ตามผิวของพลาสติกทำให้เกิดเชื้อรา และแบคทีเรียง่ายมาก
2. การอบได้มาตรฐานแค่ไหน
เอาง่ายๆก็แล้วกัน ผู้ที่ผลิตอาหารธัญพืชที่มาจากสายวิชาการนั้นไม่มีใครบรรจุธัญพืชใส่ถุงพลาสติกใสแน่นอนครับ จะต้องบรรจุใส่ถุงอะลูมินั่มฟลอยชนิดที่อากาศผ่านเข้าออกไม่ได้เท่านั้น (อะลูมินั่มฟลอยมีหลายเกรด อย่างที่อากาศผ่านได้ก็มีและราคาถูก) และถ้าจะให้สมบูรณ์สูงสุดจะต้องมีสารดูดซับออกซิเจนใส่ไว้ในถุงเพื่อให้ออกซิเจนในถุงเป็น 0 ครับ (บางคนเข้าใจว่าเป็นสารดูดความชื้อซึ่งไม่ใช่) เพื่อไม่ให้เกิดแบคทีเรีย และเชื้อรานั่นเอง ผู้บริโภคถึงจะได้ประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งมาตรฐานนี้ศูนย์ซีเกรนของเราทำมาเกือบ 10 ปีแล้ว

ผมขยายความในคำตอบให้มากเกินพอที่คุณเดชพอจะมอง