ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : การดื่มน้ำคลอโรฟิลที่เป็นซองแล้วเอามาละลายในน้ำดื่มแทนการดื่มน้ำประจำวัน มีผลอย่างไร
ผู้ตั้งคำถาม : คุณอ้าย โพสต์เมื่อ 2/11/2008 : 8:43:50 AM
การดื่มนำคลอโรฟิล แทนการดื่มน้ำประจำวัน มี ผลต่อร่างกายดีหรือไม่ดีอย่างไร
หรือควรจะเลิกทานไปเลย หรือไม่ ขอบคุณคะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐวัฒน์ โพสต์เมื่อ 2/12/2008 : 10:47:33 AM
คลอโรฟิลเป็นสารประกอบที่ต้องทำงานคู่กับโปรตีนเพื่อดูแลผิวพรณ ดูแลระบบย่อยอาหาร สารต้านอนุมูอิสระและอื่นๆอีกหลายประการ ก็นับว่าเป็นสารมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงร่างกายต้องการสารคลอโรฟิลเพียงวันละ 5 มิลลิกรัมเท่านั้น ถ้าเรากินอาหารที่มีผักสีเขียวทุกมื้อในปริมาณที่พอควร คิดว่าเราได้สารคลอโรฟิลไม่ต่ำกว่า 5 มิลลิกรัมแน่นอนและยังได้สารพฤกษเคมีที่ดีๆอีกเป็นพันๆชนิดซึ่งวิเศษสุดแล้ว และการที่จะให้คลอโรฟิลทำงานได้อย่างเต็มที่ก็ต้องประกอบด้วยโภชาการพื้นฐานที่สมดุลทุกมื้อ โดยเฉพาะโปรตีนในอาหารต้องดีและเพียงพอ เป็นอาหารที่ไม่สร้างภาระให้ตับมากเกินไป เช่น พลังงานไม่มาก มีไขมันอิ่มตัวน้อยหรือไม่มียิ่งดี เป็นต้น โดยเฉพาะให้ดูเรื่องเกลือแร่ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระก็ต้องพอเหมาะด้วยนะครับ เรียกว่าระบบการกินอาหารต้องดีพอคลอโรฟิลจากผักก็จะให้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆก็ให้ประโยชน์สูงสุดไม่แพ้กันด้วย อย่าเพิ่งเอาคลอโรฟิลเป็นพระเอกอยู่ตัวเดียวเพราะในทางวิชาการพระเอกของสารอาหารนั้นเป็นกันทุกตัวครับ อย่าให้ความสำคัญตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ และต้องรู้จุดสมดุลของปริมาณสารอาหารแต่ละตัวที่เหมาะสมด้วย

ข้อควรระวังในการดื่มน้ำคลอโรฟิลก็คือ
1. คลอโรฟิลผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ดีหรือไม่ ผลิตอย่างไรจึงจะดีนั้นผมไม่ทราบเพราะทำไม่เป็น และอีกประการคือข้อมูลจากผู้ชี้ชวนน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน เขามีความรู้ลึกซึ้งจริงหรือเปล่า
2. สารอาหารที่ดีทุกตัวอย่าลืมว่าถ้ากินน้อยเกินไปก็ไม่ดีเพราะไม่พอใช้ แต่ถ้ากินมากเกินไปก็เป็นโทษภัยต่อร่างกายเช่นกันเพราะสร้างภาระให้ตับต้องขับทิ้ง ทางที่ดีที่สุดเราควรกินอาหารที่ครบถ้วนต่อร่างกายทุกสารอาหารและมีปริมาณที่พอดีต่อ 1 มื้อ แล้วมื้อหน้าค่อยกินใหม่อย่างนี้ดีที่สุด
3. มีราคาสูงมากเกินความจำเป็นหรือเปล่า เพราะร่างกายต้องการคลอโรฟิลเพียงวันละ 5 มิลลิกรัมเท่านั้นซึ่งผักใบเขียวมีให้อย่างมากเกินพออยู่แล้ว สู้เอาเงินส่วนเกินตรงนี้มาซื้อวิตมินซี วิตามินบีรวม เกลือแร่และสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายที่ดีๆจะคุ้มกว่าหรือไม่
4. ควรพิจารณาเรื่อง Toxicity หมายถึงอัตราที่มีฤทธิ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพถ้ากินมากเกินไป ซึ่งตรงนี้อาจไม่คุ้มเลยในระยะยาวต่อระบบคุณภาพชีวิต ผู้ขายควรต้องบอกด้วยว่ากินมากขนาดไหนถึงจะเริ่มเป็นพิษซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรต้องบอกไว้ด้วย ไม่ใช่ว่ากินเท่าไรก็ได้ไม่เป็นไร อย่างนี้มีอะไรแอบแฝงน่าสงสัย

การดื่มน้ำที่ผสมคลอโรฟิลแล้วทำให้สดชื่นนั้นผมมีข้อสงสัยและมีคำถามว่ามาจากตัวคลอโรฟิลจริงหรือเปล่า หรือใส่สารอื่นเข้าไปที่ทำให้สดชื่น เพราะมันมีสารเคมีอยู่หลายตัวนะครับที่ละลายน้ำดื่มแล้วสดชื่นอย่างรวดเร็ว พอดื่มบ่อยๆกลับกลายเป็นให้ความอ่อนเพลียมากขึ้นหลังสารหมดฤทธิ์ อย่างนี้อันตรายแน่นอนครับ เพราะในความเป็นจริงสารคลอโรฟิลไม่น่าให้ความสดชื่นอะไรรวดเร็วเพราะมันต้องผ่านระบบย่อยและต้องจับตัวกับโปรตีน ฯลฯ อีกมากจึงจะให้ผลต่อร่างกายซึ่งต้องใช้เวลามากหลายชั่วโมงครับ และการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช้เรื่องที่จะสังเกตุเห็นกันง่ายๆ นี่คือความเป็นจริงในทางวิชาการ

คิดว่าคงเป็นความเห็นที่เพียงพอสำหรับใช้พิจารณาได้ตามสมควรนะครับ....ขอขอบคุณ