ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : เเก้วมังกรมีสารก่อมะเร็งจริงหรือ
ผู้ตั้งคำถาม : เเพร โพสต์เมื่อ 9/18/2007 : 7:34:55 PM
ไม่ทราบเรื่องว่ามีการออกข่าวว่าเม็ดสีดำในเเก้วมังกรมีการวิจัยว่ามีสารก่อมะเร็งด้วย รบกวนขอความเห็นหน่อยนะคะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐศักย์ โพสต์เมื่อ 9/19/2007 : 7:48:00 AM
ไม่จริงครับ ยังไม่เคยมีงานวิจัยอย่างเป็นทางการที่ยอมรับทั่วโลกว่าเมล็ดของผลไม้ใดมีสารก่อมะเร็งรวมทั้งเมล็ดลูกแก้วมังกรด้วย
คำว่าสารก่อมะเร็งมาจาก 3 ทางด้วยกันคือ
1. เป็นสารเคมีหรือฮอร์โมนที่ไปรบกวนการทำงานของเซลล์ปกติในร่างกาย และผลจากการรบกวนของมันสามารถลงลึกไปถึง ดีเอ็นเอ ของเซลล์ซึ่งควบคุมการแบ่งเซลล์ให้ผิดปกติได้ เซล์ใหม่ที่ได้ก็อาจผิดปกติเป็นเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งเราไม่เคยพบสารเคมีหรือฮอร์โมนเหล่านี้ในเมล็ดลูกแก้วมังกร
2. เกิดจากประจุลบอิสระในร่างกายที่กำลังพยายามแสวงหาคู่เพื่อให้เป็นกลาง เราเรียกประจุลบนี้ว่า อนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญอาหารในเซลล์ของเรานี่เอง ทุกครั้งที่มีการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงานกับร่างกายจะเกิด โมเลกุลของน้ำ และ อนุมูลอิสระเสมอ ดังนั้น การเผาผลาญอาหารในร่างกายเราก็เป็นดาปสองคมคือมีทั้งคุณและโทษ ดังนั้นคนเราถ้ากินอาหารที่ไม่ดีมีพลังงานมากเกินไป การเผาผลาญอาหารก็จะมีอนุมูลอิระออกมามากจนภูมิคุ้มกันของเราควบคุมไม่ได้ก็อาจเป็นอันตรายถึงกับเป็นมะเร็งได้ครับ จึงขอแนะนำควรกินอาหารที่มีพลังงานต่ำเข้าไว้จะปลอดภัยจากมะเร็งได้มากกว่ากินอาหารพลังงานสูง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณคุณที่มีน้ำหนักตัวเกินทั้งหลาย แสดงว่าร่างกายสะสมพลังงานมากเกินไป ก็เสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ครับ
3. มะเร็งอาจมาจากภาวะทางพันธุกรรม ก็ให้ถือว่าเป็นกรรมเก่าก็แล้วกัน คงต้องดูแลเรื่องภูมิคุ้มกันให้ดีด้วยวิธีทางโภชนาการก็จะสามารถป้องกันมะเร็งได้ครับ
ดังนั้น สาเหตุของมะเร็งก็คงมาจาก 3 ประเด็นหลักนี้เท่านั้นครับ จะรู้ได้ว่าเสี่ยงต่อโรคนี้มากน้อยเพียงใดก็ต้องตรวจสุขภาพทุกๆ 6 เดือน โดยตรวจพื้นฐานทั่วไป ตรวจหาปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งในอวัยวะต่างๆโดยตรวจจากเลือดก็สะดวกมาก ตรวจหาสารบางตัวที่สามรถบ่งบอกความเสี่ยงต่อการจะเป็นมะเร็ง เช่น สารฮอร์โมซิสเตอีน หรือวัดระดับภูมิค้มกันในร่างกายก็ได้ ทั้งหมดนี้ล้วนตรวจได้จากเลือดทั้งสิ้นซึ่งศูนย์สุขภาพซีเกรนมีให้บริการกับสมาชิกหรือผู้ที่สนใจทุกวันอาทิตย์ครับ...ขอขอบคุณ