ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : แคลเซียม
ผู้ตั้งคำถาม : ป้านุช โพสต์เมื่อ 2/2/2007 : 10:06:42 AM
อายุมากแล้ว (40) การทานแคลเซียมจะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นหรือช่วยในด้านปัญหากระดูกพรุนหรือไม่ ถ้าช่วยได้ควรจะทานอย่างไรและต่อเนื่องแค่ไหนคะ
ขอบคุณมากค่ะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐศักย์ โพสต์เมื่อ 2/3/2007 : 9:24:58 AM
การที่คนอายุมากจะมีกระดูกที่แข็งแรงนั้นจำเป็นจะต้องมีการสะสมทุนของกระดูกมาดีตั้งแต่เด็ก เช่น ชอบเล่นกีฬามาก ชอบกินผักผลไม้มาตั้งแต่เด็ก ควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีมาตลอด อย่างนี้ก็จะทำให้ทุนสะสมของกระดูกดีมาก เมื่ออายุมากขึ้นก็ไม่มีปัญหาเรื่องกระดูกเสื่อมเพราะมีมวลกระดูกสะสมที่สามารถใช้ได้นานกว่าคนอื่นที่เมื่อตอนเด็กๆไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบกินผักผลไม้ และไม่ระวังเรื่องน้ำหนักตัวเกิน
การที่ร่างกายจะใช้ประโยชน์จากแคลเซี่ยมไปสร้างมวลกระดูกในยามที่อายุมากนั้นมีตัวแปรมากนะครับ โดยเฉพาะต้องระวังเรื่องการเสียสมดุลของแร่ธาตุในร่างกายซึ่งมีสาเหตุเยอะมาก เช่นคนที่กินเค็มร่างกายจะได้รับโซเดี่ยมมากจึงทำให้ขาดสมดุลของแร่ธาตุ ร่างกายจึงต้องปรับสมดุลส่วนนี้ด้วยการพยายามจัดสัดส่วนของแร่ธาตุให้สมดุลจึงไปกระทบกับปริมาณแคลเซี่ยมในร่างกายจะถูกใช้ไปในกระบวนการแก้สมดุลดังกล่าว ร่างกายก็จะมีแคลเซี่ยมลดลงได้ จึงเป็นการทำลายโอกาสที่จะเอาแคลเซี่ยมไปสร้างมวลกระดูก ดังนั้นคนสูงอายุที่กินเค็มแล้วกินแคลเซี่ยมเสริมก็อาจไม่ค่อยได้ผลครับ และมีอีกหลายกรณีที่ทำให้ร่างกายขาดสมดุลของแร่ธาตุจนสูญเสียแคลเซี่ยมไปอย่างน่าเสียดายซึ่งจะเกิดจากการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่
อาหารที่เหมาะสมเพื่อรักษาระดับแคลเซี่ยมในร่างกายได้ดีที่สุดคืออาหารที่
1. มีสารอาหารครบถ้วนในทุกมื้ออาหาร จึงไม่ควรกินตามใจปากมากเกินไป แต่ต้องกินตามความต้องการของร่างกายที่แท้จริง
2. อย่ากินอาหารรสจัดเพราะจะทำลายสมดุลของแร่ธาตุทำให้สูญเสียแคลเซี่ยม
3. เลี่ยงสุรา และหยุดสูบบุหรี่
4. ในแต่ละมื้ออาหารควรมีแคลเซี่ยมในปริมาณไม่ต่ำกว่า 400 มิลลกรัมทุกมื้อ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกินผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ธัญพืชให้มากพอเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซี่ยมเพียงพอจากธรรมชาติซึ่งดีกว่ากินแคลเซี่ยมเม็ดเสริม เพราะแคลเซี่ยมที่เสริมนั้นร่างกายอาจไม่สามารถนำไปใช้สร้างกระดูกก็ได้นะครับเพราะในขณะนั้นถ้าร่างกายของคุณป้านุชกำลังอยู่ในภาวะขาดสมดุลของแร่ธาตุอยู่พอดี และส่วนใหญ่คนที่มีโภชนาการไม่สมดุลอยู่แล้วมักจะอยู่ในภาวะขาดสมดุลของแร่ธาตุในร่างกายอยู่เสมอเป็นธรรมดา
ขอแนะนำคุณป้านุชให้ปฏิบัติตัวพื้นฐาน ดังนี้นะครับ
1. กินอาหารครบหมู่ที่ประกอบด้วย ข้าวกล้อง ธัญพืช ผักสด ผลไม้สด เนื้อปลา และสมุนไพรประเภทน้ำพริกบ่อยๆ เป็นหลัก
2. หลีกเลี่ยงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไขมัน แป้งและน้ำตาลขัดขาว ขนมหวานและอาหารรสจัดทุกชนิด โดยเฉพาะชา กาแฟ
3. ดื่มน้ำทีละน้อยๆให้บ่อยๆตลอดวัน
4. จำเป็นต้องออกกำลังกายเบาวันละ 30 นาทีทุกๆวัน เช่นการเดินเร็วๆ เป็นต้น จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากแคลเซี่ยมได้ดีที่สุด
5. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับมาตรฐาน
6. พักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาอารมณ์ให้ปกติไม่เครียดเพื่อสร้างสมดุลของระบบฮอร์โมนร่างกายจะได้ไม่สูญเสียแคลเซี่ยมโดยเปล่าประโยชน์
7. ถ้าคุณป้านุชทำได้ครบทั้ง 6 ข้อดังกล่าว การทานแคลเซี่ยมเสริมจะทานก็ได้ไม่ทานก็ได้ครับเพราะทั้ง 6 ข้อที่ให้ทำเป็นกระบวนการที่จะได้รับแคลเซี่ยมจากอาหารธรรมชาติที่พอเพียงและปรับสมดุลของแร่ธาตุไม่ให้ร่างกายสูญเสียแคลเซี่ยมที่ดีที่สุดเลยครับ....ขอขอบคุณ