ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : อารมณ์ร้าย
ผู้ตั้งคำถาม : แม่ลูกหนึ่ง โพสต์เมื่อ 1/28/2006 : 3:15:05 PM
ลูกของดิฉันนอกจากเป็นโรคภูมิแพ้แล้วยังเป็นคนที่อารมณ์ร้ายอีกด้วยดิฉันจะปก้ปัญหานี้อย่างไรดีค่ะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐศักย์ โพสต์เมื่อ 1/29/2006 : 9:04:55 PM
ลูกของคุณแม่ลูกหนึ่งเป็นภูมิแพ้ก็ต้องเริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยการงดดื่มนมเป็นอันดับแรก หันไปดื่มน้ำเต้าหู้แทน (ควรทำเอง) แล้วปรับอาหารให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมทั้งดูแลน้ำหนักตัวของคุณลูกอย่าให้เกินมาตรฐานร่วมกับใช้วิตามินซีจากธรรมชาติร่วมกับวิตามินบีรวมและวิตามินอี ให้เขาดื่มน้ำมากๆ ผมเชื่อว่าอาการภูมิแพ้จะดีขึ้นหรืออาจหายขาดเลยก็ได้ คุณแม่ลูกหนึ่งไม่ได้บอกอายุคุณลูกมาด้วยเลยไม่สามารถบอกขนาดการรับประทานวิตามินต่างๆได้ ถ้าให้ผมเดาก็ขอเดาว่าอายุประมาณ 10 – 15 ปี ก็ให้วิตามินซีวันละ 250-500 มิลลิกรัม วิตามินบีรวมวันละ 150 มิลลิกรัม ส่วนวิตามินอีให้ครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่ครับ
ส่วนเรื่องอารมณ์ร้ายนั้นคงต้องถามกลับไปที่คุณแม่ว่าเลี้ยงดูกันมาอย่างไร ถ้าตามใจกันไม่เข้าเรื่อง ใช้เงินซื้อความสะดวกในการเลี้ยงดู ประกอบกับมีผู้ใหญ่ให้ท้ายด้วยแล้วก็คงจะลำบากหน่อยนะครับ ทางแก้ก็มีอยู่ว่าคุณแม่ต้องเข้าไปใกล้ชิดเขามากขึ้นแล้วทำให้เขาเชื่อและไว้ใจคุณแม่ให้มากขึ้นด้วย หากิจกรรมทำร่วมกับระหว่างแม่ๆลูกๆจนเขารู้สึกว่าอยู่กับคุณแม่แล้วมีความสุขมากกว่าอยู่ใกล้ชิดคนอื่น ผมเชื่อว่าอารมณ์ร้ายก็จะค่อยๆดีขึ้น
เรื่องการเลี้ยงลูกจริงๆแล้วต้องเลี้ยงเขาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ครับ อายุครรภ์เมื่อเข้าเดือนที่ 5 ก็ต้องเริ่มลูบท้องแล้วคุยกับเขาตามจินตนาการของคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้เขาเป็นอย่างไรเมื่อเขาเกิดมา คุณแม่ก็ต้องอารมณ์แจ่มใสตลอดการตั้งครรภ์ เมื่อคลอดออกมาแล้วก็ต้องเลี้ยงดูเขาทั้งร่างกายและจิตใจกันตั้งแต่แรกคลอด ทุ่มเทชีวิตให้กับเขาให้มากที่สุดซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรต้องหาความรู้ในเรื่องนี้ล่วงหน้าแล้วมีการวางแผนกันอย่างรัดกุม คุณแม่ก็จะได้ลูกที่อารมณ์ดีเพราะเขาใกล้ชิดกับพ่อแม่ที่แสดงอารมณ์ดีให้เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด....จึงขออวยพรให้ประสบความสำเร็จครับ