ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : อ้วน
ผู้ตั้งคำถาม : ยุ้ย โพสต์เมื่อ 12/1/2005 : 2:29:04 PM
ถ้าอยากลดน้ำหนักด้้วยซีเกรนให้ได้ผลดีควรกินซีเกรนอย่างไร
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐศักย์ โพสต์เมื่อ 12/1/2005 : 9:31:24 PM
การลดน้ำหนักตัวด้วยซีเกรนนั้นทำไม่ยาก เพียงนำซีเกรน 1 ซองชงกับน้ำร้อน 300 ซีซี.รับประทานแทนอาหารวันละ 1 มื้อซึ่งควรแทนเป็นมื้อเย็น แต่ถ้าต้องการลดเร็วๆก็ทานแทนอาหารเช้าอีก 1 ซองด้วยวิธีเดียวกัน ส่วนมื้อกลางวันให้ทานตามปกติ แต่ต้องเป็นอาหารที่ให้พลังงานไม่มาก คือไม่มีแป้งมาก น้ำตาลให้พอดีๆอย่าหวานมาก ไขมันหรือเนื้อสัตว์ทานแต่น้อยยกเว้นเนื้อปลาทานมากได้
ซีเกรน 1 ซองให้พลังงานเพียง 207 กิโลแคลอรี่ ซึ่งเมื่อเทียบกับอาหารมื้อปกติที่กินกันจะให้พลังงานประมาณ 600 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นถ้าทานซีเกรนวันละ 1 มื้อแล้วทานอาหารอื่น 2 มื้อคุณยุ้ยจะได้พลังงานจากอาหารลดลงเดือนละประมาณ 12,000 กิโลแคลอรี่ เท่ากับว่าน้ำหนักจะลดลงเดือนละประมาณ 1.5 กก. แต่ถ้าคุณยุ้ยออกกำลังกายทุกวันๆละ 30นาทีด้วยการเดินเร็ว อาจจะลดน้ำหนักได้ถึงเดือนละ 2-2.5 กก. อย่างมีสุขภาพดี
แต่ถ้าคุณยุ้ยทานซีเกรนแทนอาหารวันละ 2 มื้อ (2 ซอง) แล้วกินอาหารมื้อปกติวันละ 1 มื้อที่ให้พลังงาน 600 กิโลแคลอรี่ คุณยุ้ยจะได้พลังงานจากอาหารลดลงเดือนละ 24,000 กิโลแคลอรี่ น้ำหนักตัวจะลดลงเดือนละประมาณ 2-3 กก. แต่ถ้าออกกำลังกายอย่างที่ว่าข้างต้นร่วมด้วย อาจจะลดน้ำหนักได้ถึงเดือนละ 3.5-4 กก. อย่างมีสุขภาพดี
ขอเพิ่มเติมว่าการลดน้ำหนักตัวด้วยวิธีดังกล่าวเป็นวิธีที่ดีที่สุด และถูกต้องตามหลักวิชาไม่มีผลเสียใดๆกับสุขภาพ แต่ห่วงอยู่ว่าผู้ที่จะทำได้สำเร็จจะต้องมีความตั้งใจที่สูงมาก มีวินัยการบริโภคที่ดีจริงๆและทำอย่างสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่ตั้งใจทำแรกๆ พอไปเจออาหารจานโปรดก็เริ่มต่อรองกับตัวเองแล้วใจอ่อนไปกินของโปรดแล้วคิดว่าไม่เป็นไร กินนิดๆหน่อยๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตั้งใจทำให้ดีๆ ถ้าแบบนี้ร้อยทั้งร้อยไม่ได้ผลครับ ดังนั้นคุณยุ้ยต้องตัดสินใจให้ดี ตั้งใจทำให้สม่ำเสมอด้วยความอดทนหนักแน่น ต้องยอมรับว่าทำได้ไม่ง่ายหรอกครับ มีคนทำสำเร็จน้อยก็จริงแต่ถ้าทำได้ตลอดรอดฝั่งในเวลา 3 เดือนถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างถาวรเพราะนิสัยการกินของคุณยุ้ยจะเปลี่ยนไป จะไปติดรสชาติอาหารที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น แล้วจะหันหลังให้กับอาหารขยะที่มีแต่แป้ง น้ำตาล ไขมันจนกินไม่ได้อีกเลย หรือกินแล้วจะมีอาการเหมือนจะคลื่นไส้ทั้งๆที่เมื่อก่อนเป็นอาหารจานโปรด ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากต่อสุขภาพไปตลอดชีวิตของคุณเอง ดังนั้นผมขอเอาใจช่วยและขอให้ทำสำเร็จให้ผ่านไปได้ตลอด 3 เดือน....ขอขอบคุณ