ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : ปัญหาด้านการขับถ่าย
ผู้ตั้งคำถาม : สุวรรณา โพสต์เมื่อ 11/21/2005 : 5:20:56 PM
1.ดิฉันเป็นคนที่มีปัญหาด้านการขับถ่ายมาตลอดและพยายามหาสาระพัดวิธีที่จะแก้ปัญหานี้ โดยพยายามทานน้ำหลังตื่นนอน 3 แก้ว ทานผักให้ได้ 3 มื้อ มื้อเย็นทานอาหารเสริมประเภทฟรัคโตส ( ของเมจิค )เพื่อเพิ่มเส้นใยในท้อง ก็ช่วยบ้างในระยะแรกๆ แต่หลังจากนั้นก็มีบางครั้งไม่ได้ผล จึงทานซีเกรนเพิ่มอีกโดยทานทุกเย็นมาเป็นเวลาเดือนครึ่งแล้ว ระยะแรกช่วยดีแต่ระยะหลังเริ่มไม่ค่อยถ่าย จึงขอคำแนะนำจากอาจารย์ด้วยค่ะว่าควรจะทำอย่างไรดี
2.นมเป็นอาหารที่ควรดื่มหรือไม่เพราะทราบจากหลายสถาบันว่าไม่ควรทานและจะทำให้มีปัญหาหลายด้าน เช่น ลำไส้หรือมะเร็ง ขอคำแนะนำจากอาจารย์ด้วยค่ะ
3.ทางคุณแม่เสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ คุณป้าก็เป็นแต่หายขาด ดิฉันเองเคยส่องกล้องมาแล้ว 2 ครั้งมีติ่งเนื้อเล็กๆแต่หมอแจ้งว่าไม่มีอะไร ( ตรวจสองโรงพยาบาลค่ะ )
4.การทำ DETOX เป็นอย่างไรดีหรือไม่ ช่วยแก้เรื่องขับถ่ายได้หรือไม่ ดิฉันจะทำอาทิตย์ละครั้งกรณีที่อาทิตย์ที่ผ่านมาขับถ่ายไม่สุด/ครั่นเนื้อครั่นตัว
ขอบคุณค่ะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐศักย์ โพสต์เมื่อ 11/21/2005 : 8:10:10 PM
1. สงสัยคุณสุวรรณามีพันธุกรรมด้านท้องผูกมาจากบรรพบุรุษแน่นอนเลย ดังนั้นคุณสุวรรณาจะต้องกินอาหารที่มีเส้นใยมากกว่าคนปกติ และจะต้องดื่มน้ำบ่อยๆให้ได้ 2000 ซีซีต่อวันเป็นอย่างน้อยโดยไม่ดื่มทีละมากๆ แต่ให้ดื่มบ่อยๆทั้งวัน และแน่นอนคุณวรรณาจำเป็นต้องกินผักให้มากกว่าที่คนอื่นเขากินกันเพราะลำไส้ใหญ่ของคุณมีอาการบีบตัวน้อยกว่าคนอื่นนั่นเอง เลยต้องใช้อาหารที่มีเส้นใยสูงช่วย กินซีเกรนแรกๆถ่ายดีแต่ต่อมาถ่ายไม่ค่อยดีก็เพราะเส้นใยในซีเกรนอาจยังไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวได้ดีในระยะยาว ผมขอตอบฟันธงไปเลยว่าถ้าอยากให้การขับถ่ายดีขึ้นอย่างถาวรคุณสุวรรณาจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารเส้นใยมากเป็นพิเศษช่วยอีกทางหนึ่งเพื่อกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวมากขึ้นจนเกิดการขับถ่ายที่เป็นปกติ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าจำเป็นต้องใช้ครับและไม่สามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ทาง websiteได้ โปรดโทรหาผมแล้วคุยกันส่วนตัว
2. นมไม่ควรดื่มครับโดยเฉพาะเมื่อมีอายุมาก เพราะนมเป็นต้นเหตุทำให้ร่างกายก่อภูมิแพ้ได้ง่าย และมีสารบางชนิดในนมวัวที่ทำให้บางคนมีโอกาสเป็นมะเร็งง่ายด้วย โปรดอ่านหนังสือของคุณหมอบรรจบ จากชมรมร้อยปีฯ ชื่อว่า “เหตุผล 15 ประการที่ไม่ควรดื่มนม” โดยเฉพาะเด็กทารกแรกเกิดสมัยนี้ถ้าคลอดในโรงพยาบาลที่พัฒนาด้านโภชนาการอย่างแท้จริงแล้วเขาจะไม่สนับสนุนให้ใช้นมผงเลย เขาจะให้ใช้นมแม่อย่างเดียวจนถึงอายุ 6 เดือนแล้วเปลี่ยนไปกินอาหารแข็งและใช้น้ำถั่วเหลืองแทน นอกจากจำเป็นจริงๆเช่นแม่เด็กมีน้ำนมไม่พอ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นอะไรที่น่าชื่นชมมากครับ ผมก็เพิ่งมีหลานสาวคนแรกอายุได้ 2 เดือน คุณแม่ของเขาก็ให้กินนมแม่เต็มที่ 100% และไม่เคยมีปัญหาว่าลูกจะท้องอืดเลย เลี้ยงง่ายมาก ไม่ปรากฎว่าจะมีภูมิแพ้แม้แต่นิดเดียว และมีพัฒนาการที่ดีมากด้วย ลองไปดูโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำทั้งหลายเดี๋ยวนี้เขาไม่แนะนำให้กินนมผงที่ผลิตจากนมวัวกันแล้ว
3. คุณแม่เสียชีวิตเนื่องจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ และคุณป้าก็เป็นแต่หายแล้วนั่นยิ่งแสดงว่าคุณสุวรรณาอาจได้รับพันธุกรรมเกี่ยวกับปัญหาที่ลำไส้ใหญ่มาด้วยอย่างที่ผมบอกไว้ในข้อ 1. และคุณเองก็ตรวจพบติ่งเนื้อที่ลำไส้ใหญ่ด้วยก็ต้องระวังมากขึ้น และผมอยากให้ระวังเรื่องอารมณ์ด้วยครับ อย่าเครียดเป็นอันขาด แต่ถ้าเป็นคนที่เลี่ยงความเครียดไม่ได้ก็ให้รู้จักหาเวลาผ่อนคลาย เช่น กีฬา งานอดิเรก เสี้ยงสัตว์ แต่ถ้าเครียดเพราะเป็นคนเจ้าอารมณ์ก็ขอแนะนำให้ทำบุญมากๆ บริจากมากๆ รักและเมตตาผู้อื่นให้มากๆ อาการเครียดก็จะค่อยดีขึ้น ลำไส้ใหญ่ก็จะบีบตัวดีขึ้นทำให้ถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้นครับ
4. การทำ Detoxification เป็นการสวนทวารเพื่อล้างทำความสะอาดลำไส้ เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้อย่างหนึ่งแต่ไม่ใช้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องท้องผูกอย่างถาวร และการทำ Detox นั้นก็ไม่ควรทำบ่อยเกินไป เดือนละ 1 – 2 ครั้งก็พอ
ผมคิดว่าคุณสุวรรณา รวมทั้งท่านอื่นที่อ่านกระทู้ถามนี้ถ้ามีปัญหาแบบเดียวกับคุณสุวรรณา โปรดหาเวลามานัดคุยกับผมเป็นการส่วนตัวดีกว่า เพราะการแก้ปัญหาเรื่องท้องผูกอย่างยั่งยืนถือเป็นการตัดวงจรของมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งมีรายละเอียดมาก และจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิดช่วยบ้าง จึงต้องมีเวลาคุยกันเพื่อความเข้าใจและรู้เหตุรู้ผลอย่างแท้จริงครับ....ขอขอบคุณ