ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : ถั่วเหลือง
ผู้ตั้งคำถาม : ก้อย โพสต์เมื่อ 11/18/2005 : 10:41:06 AM
สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นแฟนรายการสบายกายสบายใจติดตามทุกวันค่ะ และเริ่มทานซีเกรนมาได้เดือนกว่าแล้วค่ะ ผลที่ได้รับค่อนข้างดีคือการขับถ่ายดีขึ้นเยอะค่ะและนอนหลับดีขึ้นด้วย แต่ผลเรื่องความดันสูงกับไขมันสูงยังไม่เห็นผล คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกหน่อย มีคำถามอยากเรียนถามคือ
ได้ยินมาว่าถั่วเหลืองมีพิวรีนเยอะจะทำให้กรดยูริกเพิ่มขึ้นไหมคะเพราะดิฉันตรวจเลือดมีกรดยูริก 8.1 หมอให้ทานยาลดกรดยูริกอยู่ค่ะ ถ้าทานซีเกรนทุกวันกรดยูริกจะสูงไปอีกหรือเปล่าคะ ขอบคุณค่ะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐศักย์ โพสต์เมื่อ 11/19/2005 : 7:52:46 PM
ทานซีเกรนแล้วทำให้หลับสบายและขับถ่ายสะดวกนั้นเป็นเพียงประโยชน์เริ่มต้นของการทานซีเกรน แสดงว่าร่างกายเริ่มตอบสนองในทางที่ดี ตับมีสุขภาพดีขึ้น Growth Hormones หลั่งได้ดีขึ้นจึงทำให้คุณก้อยหลับได้ดีกว่าเดิม ส่วนประโยชน์ของซีเกรนที่ลึกลงไปถึงการช่วยให้ร่างกายปรับความดันให้ปกติขึ้น และควบคุมไขมันนั้นต้องใช้เวลามากกว่านี้ครับ แต่คุณก้อยจะต้องมีโภชนาการโดยรวมในแต่ละวันดีด้วย ควรต้องเน้นอาหารที่เป็นผักและเนื้อปลามากๆ งดอาหารที่เป็นเครื่องในสัตว์ทุกชนิด ไขมันจากเนื้อสัตว์ หนังสัตว์ หนอไม้ และยอดผักก็ไม่ควรทานมาก ให้ทานข้าวกล้องเป็นหลักดื่มน้ำให้เยอะขึ้น สุดท้ายอีก 2 ประการคือไม่เครียด และออกกำลังกายเบาๆทุกวันๆละ 30 นาที ถ้าครบสูตรอย่างนี้รับรองกรดยูริคจะลดลงเรื่อยๆ ส่วนยาที่ทานลดกรดยูริคในขณะที่ระดับกรดยูริคที่ 8.1 ถ้าเป็นผมๆจะไม่กินยา แต่จะปฏิบัติอย่างที่กล่าวไว้อย่างเคร่งครัด นอกจากนั้นยาลดกรดยูริมีผลข้างเคียงต่อร่างกายมากกินเรื่อยๆต่อไปจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่างตามมา
จริงอยู่สารพิวรีนทำให้ร่างกายเกิดการสะสมกรดยูริคได้ง่าย แต่อย่าไปโทษถั่วเหลืองที่มีสารพิวรีนอยู่ด้วยจนถั่วเหลืองกลายเป็นแพะรับบาปอย่างไม่ยุติธรรม จึงขออธิบายถึงขั้นตอนของการเกิดกรดยูริคสั้นๆฝากไว้ให้เข้าใจว่าคนที่มีน้ำหนักตัวมากจะมีเซลล์ไขมันในร่างกายมากเนื่องจากกินแป้ง น้ำตาล นม เนย เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ หนังสัตว์มาก เซลล์ไขมันเหล่านี้จะก่อให้เกิดขบวนการสะสมพิวรีนขึ้นมาแล้วพัฒนาตามขบวนการชีวเคมีที่ซับซ้อนกลายเป็นกรดยูริค นี่คือต้นเหตุและที่มาของโรคเก๊าด์ที่บริโภคอย่างไม่ถูกสัดส่วนครับ ไม่เคยปรากฎว่ามีใครกินถั่วเหลืองจนเป็นเก๊าด์ มิฉะนั้นคนญี่ปุ่นซึ่งกินถั่วเหลืองเป็นอาหารหลักพอๆกับคนไทยกินข้าวก็คงเป็นโรคเก๊าด์กันหมดอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงนั้นคนญี่ปุ่นมีสถิติเป็นโรคเก๊าด์น้อยกว่าคนอเมริกันี่กินเนื้อ นม ไข่ เป็นหลักนับเป็นสิบเท่าทีเดียว
พิวรีนในถั่วเหลืองธรรมชาติสร้างไว้ก็เพราะต้องการให้ถั่วเหลืองเป็นราชินีของธัญพืชทั้งมวลนั่นคือสารมารถสะสมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ได้มากกว่าธัญพืชชนิดอื่นโดยเฉพาะกรดอมิโนซึ่งจะกลายเป็นโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายต่อไป แต่บางทีคนที่เป็นเก๊าด์อย่างรุนแรงกินถั่วเหลืองแล้วเกิดอาการไม่ดีนั่นเป็นเพราะอิทธิพลของการสะสมกรดยูริคที่เป็นอยู่เดิมผสมโรงกับการกินอาหารก็ยังควบคุมไม่ได้ต่างหากที่ทำให้อาการเก๊าด์กำเริบ
ประสบการณ์จากผู้บริโภคซีเกรนที่เป็นเก๊าด์ปรากฎหลายท่านแล้วว่าทำให้กรดยูริคค่อยๆลดลงโดยต้องปฏิบัติตัวตามที่ผมแนะนำข้างต้นอย่างเอาจริงเอาจังครับ...ขอขอบคุณ