ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : การรู้จักกับความหิว
ผู้ตั้งคำถาม : ใหม่ โพสต์เมื่อ 10/14/2005 : 6:43:06 AM
ได้ฟ้งรายการสบายกายสบายใจตอนเช้าเรื่องเกี่ยวกับความหิวว่าให้เราทนกับความหิวบ้างจะเป็นผลดีกับตัวเอง ส่วนมากเรามักจะหิวเมื่อใกล้เวลาที่เคยรับประทานอาหารหมายความว่าให้เราทนหิวไปสักหน่อยแล้วค่อยทานหรือคะ ขอบคุณค่ะ
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐศักย์ โพสต์เมื่อ 10/14/2005 : 9:11:37 AM
อาการหิวหมายถึงในขณะนั้นไม่มีอาหารตกค้างอยู่ในระบบย่อยอาหาร และร่างกายกำลังขาดเชื้อเพลิงเพื่อเผาผลาญให้เกิดพลังงาน ปรากฎการณ์เช่นนี้ถ้าคุณใหม่ไม่กินอะไรเข้าไประบบประสาทอัตโนมัติและระบบฮอร์โมนจะทำการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายมาเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนให้กับร่างกายนำไปเผาผลาญให้เกิดพลังานเพื่อให้ชีวิตยังคงดำเนินต่อไปอย่างเป็นปกติ เรียกว่าเป็นระบบสำรองของร่างกายเพื่อการดำรงชีพครับ ถ้าคุณใหม่ปล่อยให้ความหิวดำเนินต่อไปสักระยะหนึ่งจะรู้สึกได้ว่าอาการที่หิวเมื่อพักใหญ่ที่ผ่านมามันจะหายไป นั่นแสดงว่าระบบสำรองมันทำการดึงเอาไขมันสะสมมาใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างเพียงพอแล้ว ต่อมในสมองที่สั่งให้หิวก็จะหยุดทำงานครับ ดังนั้นลองสังเกตุดูว่าเมื่อเราหิวแล้วเราอยู่กับความหิวไปสักระยะหนึ่งเราจึงหายหิวได้ครับ
ผลดีที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพก็คือ
1. เปรียบเสมือนการซ้อมรบ ให้ระบบในร่างกายมันได้ถูกกระตุ้นให้ทำงาน ดังนั้นอวัยวะต่างๆในร่างกายก็ได้ทำงานดีขึ้น เป็นการล้างพิษดีนักแล
2. ใช้รักษาโรคแห่งความเสื่อมได้ดี เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคข้อ ภูมิแพ้ ไมเกรน ลดความอ้วน รวมทั้งเบาหวานด้วยครับ แต่ถ้าผู้ป่วยเบาหวานหิวจนรู้สึกเวียนหัวก็ให้อมท๊อปฟี่ หรือดื่มน้ำหวานเล็กน้อยอาการก็จะหายไป
ในระหว่างความหิวดังกล่าวถ้าจะให้ดีควรจิบน้ำอยู่เรื่อยๆอย่าให้ขาด
วิธีปฏิบัติอย่างที่คุณใหม่ถามนั้นก็คือ ให้ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลงจนสามารถรู้สึกถึงความหิวก่อนอาหารในมื้อต่อไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง ในระหว่างนั้นในจิบน้ำบ่อยๆเพื่อร่างกายจะได้ไม่ขาดน้ำซึ่งสำคัญมาก วิธีนี้สามารถรักษาได้สารพัดโรคครับ ไม่ต้องกินยาให้ตับเสีย แล้วก็ไม่ต้องเสียสตางค์ด้วยครับ
ขอเพิ่มเติมอีกนิดว่าบางคนกลัวว่าความหิวจะทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหาร ขอบอกได้เลยว่าโรคกระเพาะอาหารเกิดจากความเครียดครับ ไม่ใช่ความหิว เมื่อเกิดอาการเครียดภูมิต้านทานบริเวณเยื่อบุในกระเพาะอาหารจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนทำให้เกิดอาการละคายเคืองและเป็นแผลเนื่องจากกรดในกระเพาะกัดได้ง่ายขึ้นครับ....ขอขอบคุณ